เรื่องที่เราจะต้องรู้ก่อนที่เราจะเริ่ม “ทำเสน่ห์” ใส่ใคร

การทำเสน่ห์นั้นเป็นหนึ่งในความเชื่อที่อยู่คู่กับคนไทยเราอย่างช้านาน และ หลายคนนั้นก็มีความเชื่อในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน บางคนก็ไม่มีความเชื่อในส่วนนี้ก็มีด้วยเช่นกัน ดังนั้นก่อนจะอ่านบทความนี้แนะนำให้ใช้วิจารณญาณในการอ่านนะครับ  วันนี้เราจะมาพูดถึง เรื่องที่เราจะต้องรู้ก่อนที่เราจะเริ่ม “ทำเสน่ห์” ใส่ใคร นะครับ ว่าเเท้จริงเแล้วการทำเสน่ห์มีเรื่องอะไรบ้าง ? ที่เราควรเรียนรู้ไว้ก่อนที่จะเริ่มทำเสน่ห์ใส่ใครสักคน   การเสน่ห์มาจากไหน   ก่อนอื่นเราเริ่มกันที่เรื่องของ “การเริ่มของการทำเสน่ห์ก่อนนะครับ” การเริ่มทำเสน่ห์นั้น ไม่มีอะไรยืนยันที่แน่ชัด และไม่มีหลักฐานอะไรที่ชัดเจนเลยว่าการทำเสน่ห์นั้นมาในช่วงเวลาใด แต่ว่าสิ่งที่คิดได้แน่นอนอย่างหนึ่งเลยคือ การทำเสน่ห์นั้น จะมากจาก ประเทศเพื่อนบ้านของเราอย่างเขมร พม่า ส่วนช่วงเวลานั้นอาจจะก่อนช่วงของกรุงศรีอยุธยาเลยก็ได้นะครับ    การทำเสน่ห์คืออะไร   เชื่อว่าหลายคนนั้นอาจจะพยายามทำความเข้าใจของการทำเสน่ห์เเต่พอลองมองลึก ๆ  ไปจริง ๆ การทำเสน่ห์นั้นก็มีทั้งด้านที่ดี และ ที่ด้านไม่ดีเหมือนกัน เพราะว่าการทำเสน่ห์นั้นอาจจะเป็นการบังคับ หรือ ดลใจให้คนที่ไม่รักเรา มารักเราก็เป็นได้นะครับ  ซึ่งเนื้อแท้ของการทำเสน่ห์นั้นก็คือ  การที่เราพูด หรือ การกระทำอันใดที่ทำให้คนนั้นรัก หลง  ชอบ จนเกิดจิตเมตตา แต่ว่าการทำเสน่ห์นั้นจะสามารถที่จะแบ่งออกมาเป็นได้ 2 แบบคือ   – การทำเสน่ห์สายขาว :  เป็นการทำเสน่ห์ที่มีรูปแบบการทำเสน่ห์โดยใช้อำนาจของพุทธคุณ ในการเข้าช่วย ระยะเวลาในการได้ผลนั้นค่อนข้างช้า แต่ว่าไม่ทางที่จะทำอันตรายต่อผู้ใช้ หรือ ผู้ทำคุณไสยนะครับ  – การทำเสน่ห์สายดำ : เป็นการทำเสน่ห์ที่ใช้อำนาจของอวคุณเข้ามาทำพิธี หรือที่เราเรียกว่า ของต่ำ ซึ่งจะค่อนข้าอันตรายต่อตัวผู้ทำของใส่ เพราะมีโอกาสที่ของจะกลับเข้าตัว แต่ว่าใช้เวลาไม่นานก็จะเห็นผล  การทำเสน่ห์บาปหรือไม่   […]

ประกันภัย

ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจรูปแบบใหม่

การทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจรูปแบบใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่จะช่วยให้เจ้าของรถยนค์มีหลักประกันความสูญเสียจากการถูกโจรกรรมอัคคีภัยและอุบัติเหตุจราจร เนื่องด้วยจากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจได้รับความสนใจจากผู้ใช้รถมากขึ้นเช่นเดียวกัน การประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจรูปแบบใหม่ ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจรูปแบบใหม่ เป็นการประกันภัยรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาและเพิ่มเติมมาจากการประกันภัยรถยนต์รูปแบบเดิม โดยกำหนดให้เป็นการประกันภัยรถยนต์ประเภท 5 ซึ่งมีลักษณะของเงื่อนไขความคุ้มครองที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้เหมาะสมกับผู้บริโภคที่สนใจทำประกันรถยนต์ อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้ผู้บริโภคตัดสินใจทำประกันรถยนต์มากยิ่งขึ้น ในปัจจุบันกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์รูปแบบใหม่ที่บริษัทประกันวินาศภัยออกแบบนั้น มีชื่อของผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไปเพื่อสร้างความแตกต่าง เมื่อพิจารณาจากกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ตามลักษณะประเภทของความคุ้มครอง สามารถจำแนกประเภทของการประกันภัยรูปแบบใหม่ได้ ดังนี้ ประเภทของการประกันภัยรูปแบบใหม่ 1. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภทกำหนดเงื่อนไข เป็นการประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจที่มีลักษณะเงื่อนไขความคุ้มครองเหมือนกับการประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 ทุกข้อ โดยสามารถที่จะเลือกเงื่อนไขได้ตามที่ต้องการ โดยเงื่อนไขที่สามารถกำหนดในกรมธรรม์จะส่งผลต่ออัตราเบี้ยประกันภัยเพื่ออานวยความสะดวกตามความสามารถในการชำระเบี้ยของผู้บริโภคมากที่สุด 2. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ เป็นกรมธรรมประกันภัยที่คุ้มครองเฉพาะภัย โดยเพิ่มความคุ้มครองจากการประกันภัยรถยนต์ประเภท 2+ โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้ ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของบุคคลภายนอก ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ความรับผิดต่อความสูญหายและไฟไหม้ของตัวรถยนต์ ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์กรนีที่ชนกับขานพาหนะทางบก 3. กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ เป็นกรมธรรมประกันภัยที่คุ้มครองเฉพาะภัย โดยเพิ่มความคุ้มครองจากการประกันภัยรถยนต์ประเภท 3+ โดยให้ความคุ้มครอง ดังนี้ ความรับผิดต่อชีวิต ร่างกายหรืออนามัยของบุคคลภายนอก ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก ความรับผิดต่อความเสียหายของตัวรถยนต์กรนีที่ชนกับขานพาหนะทางบก อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคที่ซื้อประกันภัยรถยนต์รูปแบบเดิมยังคงมองว่าอัตราเบี้ยประกันภัยมีความสำคัญที่สุดในการตัดสินใจซื้อประกันภัยรถยนต์ โดยมีความเห็นว่าอัตราเบี้ยประกันภัยรูปแบบใหม่นั้นจะมีอัตราที่สูงเกินความจำเป็น หากเมื่อมีการเทียบกับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ที่เคยทำอยู่ เปรียบเทียบประกันภัย เช็คกันกันภัย […]

เทคโนโลยียานยนต์ที่สำคัญในตอนนี้

เทคโนโลยียานยนต์ ที่ได้เกิดขึ้นจริงบนโลกนี้แล้ว

เรื่องของเทคโนโลยีในยานยนต์ คงจะเป็นที่ชื่นชอบของใครหลายคนที่ได้เห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ออกมาตอบโจทย์การใช้งาน ซึ่งจุดประสงค์หลักของการพัฒนารถยนต์ให้มีวคาคมทันสมัยมากขึ้น ก็เป็นเพราะว่าต้องการอยากจะลดอุบัติเหตุบนท้องถนน และช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้กับคนขับด้วย เราจึงเห็นเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เห็นแล้วต้องว้าวเกิดขึ้นแทบทุกปี จากที่แต่ก่อนคิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ที่จะสร้างเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดขึ้น แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นว่า เทคโนโลยีหลายอย่างได้เกิดขึ้นจริงแล้ว ลองมาดูว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้างที่เกิดขึ้นจริงแล้วในตอนนี้ เทคโนโลยียานยนต์ที่สำคัญในตอนนี้ 1. เลิกการใช้น้ำมันอย่างเด็ดขาด แต่ก่อนเราคงจะคิดว่า รถยนต์ที่ไม่ได้ใช้น้ำมันมันจะวิ่งไปได้ยังไง แต่บริษัทรถยนต์หลายแห่งได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า สามารถทำได้จริง นั่นก็คือการใช้พลังงานไฟฟ้าเข้ามาทดแทนนั่นเอง ซึ่งการชาร์จไฟในแต่ละครั้ง จะมีระยะทางในการวิ่งมากกว่ารถยยนต์ที่ใช้น้ำมันด้วยซ้ำ แถมยังประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่าหลายเท่าด้วย 2. ติดต่อสื่อสารได้ทันที ปัญหาที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้นบ่อยก็คือ การคุยโทรศัพท์หรือหยิบโทนศัพท์ขณะที่ขับรถอยู่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เพราะเพียงแค่พริบตา ก็อาจจะเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ทันที แต่รถยนต์สมัยใหม่ไม่ต้องกังวลในเรื่องนั้นแล้ว เพราะคุณสามารถเชื่อมต่อโทรศัพท์กับรถยนต์ของคุณได้เลย เวลามีสายเข้าหรืออยากจะโทรออก ก็ไม่จำเป็นจะต้องไปหยิบโทรศัพท์ให้เสียเวลา 3. ลดมลพิษได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ รถยนต์ที่หันมาใช้พลังงานทดแทน แน่นอนว่าจะไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกสู่อากาศ ทำให้ลดปัญหาโลกร้อนและลดปัญหามลพิษในอากาศได้ เช่น ฝุ่นต่างๆ ที่เป็นสาเหตุทำให้หลายคนป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในที่แออัด 4. ไม่จำเป็นต้องขับเองตลอดเวลา เพราะเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ มีเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ผู้ขับสบายมากขึ้น นั่นก็คือ มีผู้ช่วยขับอัจฉริยะ และมีระบบสำหรับการล็อคความเร็วอัตโนมัติ ซึ่งจะทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาในการเหยียบคันเร่งอีกต่อไป และไม่จำเป็นจะต้องจับพวงมาลัยตลอดเวลา และคุณก็จะสามารถทำอะไรต่ออะไรในรถได้สะดวกมากขึ้น 5. […]

ข้อดีของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ที่เหนือกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน

ข้อดีของการใช้รถยนต์ไฟฟ้า ที่เหนือกว่ารถยนต์ใช้น้ำมัน

ในช่วง 10 ปีหลังมานี้ เราจะเห็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งสมัยก่อนจะไม่เป็นที่นิยมมากนัก จะใช้กันเฉพาะในเมืองเท่านั้น จึงทำให้ไม่สะดวกสบายเหมือนกับการขับรถที่ใช้น้ำมันแบบปรกติ ถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายที่น้อยกว่าก็ตาม แต่พอมาในตอนนี้ รถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้ากลับกลายเป็นมาเป็นที่ต้องการของคนมากขึ้น เพราะใช้งานสะดวกกว่า และมีคนใช้ที่แพร่หลายกว่า จึงทำให้คนอยากจะเปลี่ยนบ้าง และสำหรับใครที่อยากจะลองมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ก็อยากจะให้รู้ถึงข้อดีข้อเสียของรถยนต์ประเภทนี้ก่อน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจเลือกได้อย่างถูกต้อง ข้อดีของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 1. ประหยัดค่าเชื้อเพลิง ในการเติมชาร์จแต่ละครั้งนั้น จะถูกกว่าการใช้น้ำมันหลายเท่า เพราะไฟฟ้าหนึ่งหน่วยไม่เกินกี่สิบบาท แต่น้ำมันลิตรละเกือบ 30 บาท เพราะฉะนั้นจึงทำให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายในการเติมเชื้อเพลิงได้ดีกว่าเดิม 2. ไม่มีเสียงดังรบกวน ปัญหาของรถยนต์น้ำมันที่เราเห็นก็ได้ เรื่องของเสียงรบกวนที่เกิดจากเครื่องยนต์ที่กำลังเผาไหม้ ซึ่งบางคนก็ไม่ได้ชอบเหมือนกัน เพราะเกิดความรำคาญ แต่รถยนต์ไฟฟ้าจะช่วยตอบโจทย์ในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี เพาะว่าไม่มีเสียงอะไรเกิดขึ้นขณะที่คุณขับรถเลย จึงทำให้คุณไม่ต้องรำคาญอีกต่อไป 3. ไม่เสียค่าบำรุงบ่อย รถยนต์ที่ใช้น้ำมันจะต้องเสียค่าบำรุงอะไรหลายอย่างบ่อย อย่างเช่นการเปลี่ยนน้ำมันเชื้อเพลิง การเปลี่ยนอะไหล่ในเครื่องยนต์ ซึ่งล้วนเป็นค่าใช้จ่ายที่คุณต้องเสียทั้งสิ้น แต่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า คุณจะไม่ต้องมาปวดหัวเกี่ยวกับเรื่องของการซ่อมบำรุงเลย เพียงแค่คุณซื้อมาก็พร้อมใช้งานได้ทันที ไม่ต้องมามัวกังวลว่าเราจะลือมดูและรถหรือไม่ 4. ไม่เกิดภาวะโลกร้อน สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาโลกร้อน ก็เป็นเพราะว่ามีการปล่อยควันจากรถยนต์เกินไป ซึ่งเป็นก๊าซที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์เรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่พอเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า จะไม่มีปัญหาเรื่องของมลพิษอีกต่อไป โลกเราก็จะไม่ร้อนด้วย ที่สำคัญยังเป็นการช่วยลดมลพิษในอากาศอย่างฝุ่น […]

แนวโน้มของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต

แนวโน้มของเทคโนโลยียานยนต์ในอนาคต จะเป็นไปในทิศทางไหน

ต้องบอกว่าเทคโนโลยีเกี่ยวยานยนต์นั้นไม่มีวันหยยุกพัฒนาจริงๆ และนับวันก็ดูเหมือนจะมีความล้ำสมัยมากขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อแต่เรื่องที่เราชคิดว่าเป็นไปได้ไม่ก็เป็นไปได้แล้ว อย่างเช่นรถยนต์ที่ไม่ต้องอาศัยคนขับ แต่สามารถพาผู้โดยสารไปยังสถานที่ที่ต้องการได้ แบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วทั้งนั้น และในอนาคตอันใกล้นี้ ก็ดูเหมือนว่าจะมีแนวโน้มพัฒนามากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายอย่างเช่นกัน หากใครที่ติดตามเกี่ยวกับขข่าวของยานยนต์อยู่อย่างสม่ำเสมอ ก็คงจะรู้กันดี มาดูกันว่า แนวโน้มของรถยนต์ในอนาคต จะเป็นไปในรูปแบบไหนบ้าง แนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในวงการยานยนต์ 1. เน้นการประหยัดพลังงาน ตอนนี้บริษัทรถยนต์ทั่วโลกต่างตระหนักถึงปัญหาโลกร้อนที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง และปัญหาที่เกิดจากการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศจากรถยนต์ เพราะฉะนั้นรถยนต์หลายๆ ค่อยจึงงเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ด้วยการหันมาพัฒนารถยนต์ให้ประหยัดพลังงานมากกว่าเดิม กินเชื้อเพลิลงน้อยลง และลดการปล่อยมลพิษออกสู่อากาศให้น้อยที่สุด และอีกหลายบริษัทก็เลิกทำการผลิตรถยนต์ที่ใช้เชื้อเพลิงไปบ้างแล้ว แต่หันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับการใช้พลังงานสะอาดแทน นั่นก็คือการใช้ไฟฟ้า ที่ไม่ทำให้เกิดมลพิษในอากาศ อย่างที่เราเห็นหลายบริษัททำอยู่ในขณะนี้ 2. เน้นเรื่องความปลอดภัย อุบัติเหตุบนท้องถนนเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดการสูญเสียได้มากที่สุด ในแต่ละปีมีผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุบนท้องถนนจำนวนมาก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นผลมาจากการประมาทของผู้ขับเอง หรือด้วยสมรรถนะของรถยนต์ที่ไม่ได้พอ แต่ในอนาคตจะเน้นการพัฒนารถยนต์ที่จะช่วยเพิ่มความปอดภัยให้กับผู้ขับได้มากขึ้น เช่น ระบบที่ช่วยในการขับอัตโนมัติ หรือว่าเบรกอัตโนมัติเมื่อมีเหตุการณ์ฉุเฉิน ซึ่งคนทั่วไปอาจจะตัดสินใจไม่ทันว่าจะทำอย่างไรดี แต่ระบบตัวนี้จะช่วยให้เราไม่ต้องตัดสินใจเอง โดยระบบจะทำงานอัตโนมัติ ข้อดีก็คือจะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้เป็นอย่างดี ไม่ทำให้เกิดการสูญเสียทั้งสองฝาก และขณะนี้เราก็พอจะเห็นเทคโนโลยีอย่างว่านี้มาบ้างแล้ว แต่ยังไม่เยอะเท่าไหร่ 3. รักษ์โลกมากขึ้น ปัญหาโลกร้อนที่ได้รับผลกระทบกันทั้งโลกอย่างในขณะนี้ เป็นผลมาจากการปล่อยมลพิษจากรถยนต์นี่เอง ที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุด ดังนั้นรถยนต์ในสมัยใหม่ จะเน้นเรื่องของการปล่อยมลพิษให้น้อยลงกว่าเดิม และที่สำคัญยังมีมาตรฐานรถยนต์ที่เราเรียกกว่ายูโร่ 5 […]