
สุขภาพแบตรถยนต์นั้นก็สำคัญ
แบตเตอรี่ถือเป็นหัวใจของรถยนต์ทุกคัน เพราะว่าแบตเตอรี่ของเรานั้นเมื่อเสื่อมก็จะทำให้การใช้งานของรถยนต์นั้นด้อยประสิทธิภาพลงไปด้วย เราจึงต้องหมั่นที่จะคอยเช็คและดูแลระบบภายในรถยนต์อยู่เสมอ รวมทั้งแบตเตอรี่อีกเช่นกันที่ไม่ควรมองข้าม
เพื่อให้การใช้งานรถยนต์นั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยเราไปดู How to การตรวจสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยโวลต์มิเตอร์กันดีกว่า
How to ตรวจสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยโวลต์มิเตอร์
1. ดับเครื่องยนต์
ทำให้เครื่องเย็น
2. ถอดฝาครอบขั้วบวกบนแบตเตอรี่ออก
หลังจากนั้นจึงตรวจสอบและทำความสะอาดขั้วแบตเตอรี่
3. ต่อหัวขั้วบวกของโวลต์มิเตอร์เข้ากับขั้วบวกบนแบตเตอรี่
โดยทั่วไป หัวขั้วบวกของโวลต์มิเตอร์มักจะมีสีแดง
4. แตะขั้วลบของโวลต์มิเตอร์ลงบนขั้วลบแบตเตอรี่
5. ตรวจดูค่าบนโวลต์มิเตอร์
ถ้าแบตเตอรี่ของคุณอยู่ในสภาพดี ค่าแรงดันไฟฟ้าจะอยู่ที่ประมาณ 12.4 ถึง 12.7 โวลต์ แต่ถ้าค่าที่อ่านได้ต่ำกว่า 12.4 โวลต์ แสดงว่าคุณคงต้องชาร์จแบตเตอรี่กันหน่อยแล้ว
และถ้าค่าที่อ่านได้ต่ำกว่า 12.2 โวลต์ เราจะทำการชาร์จแบตด้วยการค่อย ๆ ชาร์จด้วยกระแสต่ำ จากนั้นจึงตรวจวัดค่าอีกครั้ง วิธีการนี้เรียกว่า ทริกเกิลชาร์จ (trickle charge)
แต่ถ้าค่าที่อ่านได้สูงกว่า 12.9 โวลต์ แสดงว่ามีแรงดันไฟฟ้ามากเกินไป ให้เปิดไฟสูงเพื่อลดประจุบนพื้นผิวที่ทำให้มีแรงดันไฟฟ้ามากเกินไป การที่แบตเตอรี่มีแรงดันไฟฟ้ามากเกินไป อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าไดชาร์จส่งกำลังไฟไปยังแบตเตอรี่มากเกินไป
ใครก็ตรวจได้ง่าย ๆ
การดูแลและตรวจแบตเตอรี่ด้วยโวลต์มิเตอร์ร์นั้น ถือว่าไม่ใช่เรื่องที่ยากอะไร ใครใครก็สามารถทำได้ ถึงแม้จะไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางก็ตาม หากใครที่ไม่เชื่อก็สามารถไปทดลองตรวจสุขภาพของแบตเตอรี่รถยนต์กันได้เลยในตอนนี้ แต่ต้องทำด้วยความระมัดระวัง ความรอบคอบ และความปลอดภัย ศึกษาก่อนที่จะเริ่มทำการตรวจสุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์ด้วยโวลต์มิเตอร์
Tags: สุขภาพแบตเตอรี่รถยนต์